







| Trinity คว้ามาตรฐาน CMMI ใน Level 2 |
|
|
| TRINITY ENTERPRISE SOLUTION - News and Events | |
|
ทีเอ็มซี - ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) โดย ซอฟต์แวร์พาร์ค ผลักดันเอกชน 4 บริษัท คว้ามาตรฐาน CMMI ใน Level 2 และ 3 พร้อมหนุนบริษัทซอฟต์แวร์ไทยทัดเทียมตลาดโลก ด้านเอกชนมองเห็นความสำคัญในการทำ “มาตรฐาน” ชี้ควรทำมาตรฐานไม่เฉพาะอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แต่ต้องมีในทุกอุตสาหกรรมไทย ยิ่งเศรษฐกิจชะลอ ย้ำมาตรฐานดี จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ มีมูลค่าทางการตลาดสูงและมีบทบาทสำคัญต่อความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ แต่การจะทำให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนนั้นจำ เป็นต้องมีกลไกการบริหารจัดการที่ดี และเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือ TMC โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เร่งผลักดันให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยมีมาตรฐานผ่านโครงการ SPI@ease หวังเพิ่มประสิทธิภาพของการพัฒนากระบวนการผลิตซอฟต์แวร์ให้มีคุณภาพ นำไปสู่ศักยภาพทางการแข่งขันต่อไป โดยเฉพาะมาตรฐาน CMMI หรือ Capability Maturity Model Integration ที่สถาบันวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering Institute, SEI) แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา พัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นที่ยอมรับและนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก อีกทั ้งบริษัทซอฟต์แวร์ที่นำ CMMI มาใช้จะมีการทำงานที่เป็นระบบมากขึ้น ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางการตลาดให้สูงขึ้น
ศ. ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทที่ผ่านการประเมิน CMMI รวมทั้งสิ้น 27 ราย โดยเป็นบริษัทในโครงการ SPI@ease ถึง 18 ราย (คิดเป็นเกือบ 70% ของทั้งหมด) ภายในระยะเวลาเพียงแค่ปีครึ่ง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาก และคาดว่าภายในปี 52 จะมีบริษัทที่ผ่านการประเมิน CMMI ไม่น้อยกว่า 40 บริษัท ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความน่าเชื่อถือให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเป็นที่รู้จัก และยอดรับในระดับสากลมากขึ้น
สำหรับครั้งนี้มีบริษัทที่ประเมินผ่าน มาตรฐาน CMMI ใน Level 2 จากโครงการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนา ซอฟต์แวร์ (SPI@ease) 2 บริษัท ได้แก่...
บริษัท ทรีนีตี้ เอ็นเทอร์ไพรซ์ โซลูชั่น จำกัด(Trinity Enterprise Solution Co., Ltd. ) โดยนายพยัคฆินทร์ ศาสตระรุจิ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งมาประมาณสี่ปีแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ในการให้บริการด้านไอซีทีและโซลูชั่นแก่ลูกค้า โดยมีจุดประสงค์สามอย่างคือ 1)สร้างความพึงพอใจในการให้บริการแก่ลูกค้า 2)การมีคู่ค้าที่เหมาะสม สำหรับการผนวกโซลูชั่นให้เป็นระบบที่ใหญ่ขึ้น เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และ 3)สร้างบุคลากรภายในองค์กรให้มีคุณภาพและทักษะที่ดี ซึ่งงานในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัทจะเป็นการทำธุรกิจแบบเอาต์ซอร์สที่ให้ บริการในสองเรื่องหลัก คือ การจัดหาบุคลากรให้กับงานด้านโทรคมนาคม และรับทำโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์
โดยในปี 2550 บริษัทเล็งเห็นว่า “การทำมาตรฐาน CMMI จะช่วยให้ทำงานได้ครบตามวัตถุประสงค์ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานกับคู่ค้า และการสร้างมาตรฐานในการทำงานขององค์กร ทั้งยังเห็นว่าเป็นประโยชน์กับองค์กร จึงเข้าร่วมโครงการ SPI@ease กับซอฟต์แวร์พาร์ค และขอทำมาตรฐาน CMMI Level 2 โดยหลังจากที่ผ่าน CMMI บริษัทมีบริการเพิ่มขึ้นอีกสองแบบคือ Solution Implementation ซึ่งเป็นการเพิ่มบริการด้านอุปกรณ์ที่ครบครันมากขึ้น โดยมี IBM เป็นคู่ค้า และทำ Software as a Service (SaaS) ที่เป็นการให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งการผ่าน Level 2 นี้ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มบริการได้มากขึ้น ช่วยเสริมให้บริษัทก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ได้ง่ายขึ้น และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทั้งคู่ค้าและลูกค้าอีกด้วย ”
บริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด (A-Host Co., Ltd.) โดย นายบุญประสิทธิ์ ตั้งชัยสุข ผู้จัดการ อีกหนึ่งบริษัทที่ผ่าน CMMI Level 2 กล่าวว่า บริษัทให้บริการ 3 ด้านหลักเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ ได้แก่ บริการโฮสติ้งและเอาต์ซอร์สเซอร์วิส, บริการให้คำปรึกษา และบริการด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ จากการทำงานในธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นเวลา นานถึง 10 ปี ทำให้ตระหนักถึงการพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ จึงเข้าร่วมในโครงการ SPI@ease ของซอฟต์แวร์พาร์ค และเห็นความสำคัญของการพัฒนาบริษัทซอฟต์แวร์ไทยให้มีความสามารถเทียบเท่ากับ ต่างประเทศ จึงมองว่ามาตรฐาน CMMI จะมีส่วนช่วยผลักดันให้บริษัทมีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยเข้าร่วมโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2550 และสามารถผ่านการประเมินใน Level 2
“ เมื่อผ่าน CMMI ทำให้เห็นว่าจุดแข็งจุดอ่อนของบริษัทอยู่ตรงไหน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นจุดอ่อนในบริการประเภทต่างๆ ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นและแก้ไขปัญหาที่เป็นจุดอ่อนได้ เกิดการเรียนรู้ในวิธีการคิดแก้ปัญหาที่เป็นระบบ และสามารถประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆ ด้วย อีกทั้งยังสามารถวางแผนการทำงานในระยะยาวได้ ยกตัวอย่างเช่น การให้บริการต่างๆ ควรมีการวางแผน ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอน และสามารถวัดผลได้จริง ดังนั้นเมื่อปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างถูกต้อง จะทำให้มีกฎเหมือนไม่มีกฎ และกลายเป็นวินัยที่ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด”
นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ประเมินผ่านมาตรฐาน CMMI ใน Level 3 จาก โครงการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนา ซอฟต์แวร์ (SPI@ease) ครั้งนี้ อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท อ๊อปติมัส ซอฟต์ จำกัด (Optimus Soft Co., Ltd) โดย นายสัมฤทธิ์ ตรงตรานนท์ ผู้จัดการทั่วไป กล่าวด้วยว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน จากการปรับโครงสร้างของซีดีจี กรุ๊ป กลุ่มบริษัทที่ให้บริการด้านไอที โดยต้องการให้อ๊อปติมัสมาดูแลด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ พร้อมทั้งเป็นเอาต์ซอร์สด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งการให้บริการก็จะเน้นที่อุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร และด้านโทรคมนาคมเป็นหลัก ซอฟต์แวร์ที่ให้บริการ เช่น การติดตั้งระบบฝากถอน ปรับปรุงกระบวนการทำงานในเรื่องการจัดเก็บเอกสารหลักประกันต่างๆ ให้มีระเบียบมากยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาเอกสาร ซึ่งทำบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที
สำหรับการเข้าร่วมโครงการ SPI@ease ของซอฟต์แวร์พาร์คนั้น นับว่าเป็นจังหวะเหมาะเพราะเป็นช่วงที่บริษัทต้องการทำมาตรฐาน CMMI Level 3 พอดี ด้วยเห็นว่า “ มีประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการทำงานด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ และครอบคลุมมาตรฐานของทั้งองค์กร จึงสมัครเข้าร่วมโครงการและผ่านมาตรฐานในปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนในบริษัทยอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรว่ามีกระบวนการทำงาน ที่เป็นระบบดีขึ้น ทั้งมาตรฐานนี้ยังเป็นมาตรฐานระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก และนับเป็นการสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่ง ทำให้คู่ค้าและลูกค้าด้านไอทีให้การยอมรับบริษัท ง่ายต่อการสื่อสารระหว่างกัน เนื่องจากมีมาตรฐานที่ทำให้เข้าใจตรงกันว่าต้องทำอย่างไร และหากเกิดปัญหาต้องแก้ไขอย่างไร ซึ่งภายในสามปีข้างหน้า บริษัทวางแผนที่จะทำ CMMI Level 5 ที่มีมาตรฐานตรงกับการทำงานของบริษัทมากขึ้น”
ด้านบริษัท เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม จำกัด (Wealth Management System Limited) โดย นายกิตติพงษ์ จงประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ พร้อมด้วยทีมบริหาร ร่วมเปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งโดยอดีตผู้บริหารของซิตี้แบงค์และเชลล์ โดยมุ่งพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปด้านการบริหารการเงิน การลงทุน และบริหารความเสี่ยงภายใต้ผลิตภัณฑ์ BONANZA ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ของไทย (สำรวจโดยหนังสือพิมพ์ The Nation) โดยใช้บริหารการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ ทั้งในไทยและต่างประเทศ กว่า 1.8 ล้านล้านบาท กลุ่มลูกค้าสำคัญ อาทิ บริษัทจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันภัย ประกันชีวิต ธนาคารชั้นนำของไทย และธนาคารระดับต้นๆของโลก ซึ่งใช้ในหลายประเทศ ดังนั้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานเป็นหลัก ทำให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการทำมาตรฐาน CMM และผ่านการประเมินใน Level 2 มาตั้งแต่ พ.ศ.2545 จึงเล็งเห็นความสำคัญของการทำงานที่เป็นระบบ จนปัจจุบันสามารถผ่านการประเมิน CMMI ใน Level 3 และวางเป้าหมายสู่การประเมินให้ผ่าน CMMI Level 4 และ 5 ภายในระยะเวลาสองปี
“CMMI กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อให้ทุกคนมีขั้นตอนการปฏิบัติงานและการทำงานต่างๆชัดเจน ทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไร ทำให้ปัญหาต่างๆ ลดน้อยลง และขอบเขตการทำงานของ CMMI ที่เข้ามาควบคุม ยังทำให้คุณภาพซอฟต์แวร์ดีขึ้น อีกทั้งยังลดจำนวนของเสียจากกระบวนการผลิต เนื่องจากหากกระบวนการทำงานไม่ชัดเจนอาจเกิดข้อผิดพลาดและนำมาซึ่งต้นทุนการ ผลิตที่สูงขึ้นได้ ดังนั้น หากสามารถควบคุมคุณภาพและส่งงานได้ตามกำหนดเวลา จะทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจ จึงมองเรื่อง “มาตรฐาน” ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่เฉพาะในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แต่ต้องมีในทุกอุตสาหกรรมไทยด้วย ยิ่งเศรษฐกิจชะลอ มาตรฐานการทำงานยิ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน” หนึ่งในทีมบริหาร เว็ลธ์ แมเนจเม้นท์ ซิสเท็ม กล่าว
|
| Convergent Solutions and Services |
At TRINITY, we are bred with the fundamental understanding that Information and Communications Technology (ICT) is the foundation of businesses today. With the collective application of ICT solution and services, businesses are able to operate better whether on office automation, business operations, customer services, marketing, and interactive channels with customers.CONVERGENCE in what we define is the merging of:1. SOFTWARE and APPLICATION services is the main PILLAR of business conpetitiveness. Examples are software, solution, or IT services such as IP Telephony, Web Conference, ERP, CRM, until the very original email services.2. DELIVERY or PLAY is how the services will be delivered. The growth of broadband and various high speed network has opened the delivery channel which has never been thought of long ago, such as VDO services.3. DEVICES or how the SERVICES is CONSUMED, has grown to an explosive diversity. iPhone, BB, PDA's, and various PND's has shown how devices and embedded capabilities, such as mulit-touch, GPS, etc has revolutionized the way users now consume these services. |